About Me

Monday, March 31, 2014

ABYSM - WONKYU (Chapter 1)

ABYSM





กิจกรรมรักอันร้อนแรงยังคงดำเนินต่อไปทามกลางอากาศที่หนาวเย็นจากภายนอก หญิงสาวหุ่นเพรียวบางครางกระเส่าเมื่อคนด้านบนเอาแต่กระแทกจุดกระสันซ้ำๆ ใบหน้าคมยิ้มพอใจเมื่อได้ยินเสียงหวานๆที่เอาแต่ร้องเรียกชื่อเขาไม่หยุดตั้งแต่กิจกรรมเริ่ม ดูท่าแล้ว...ผู้หญิงคนนี้อาจจะประทับใจเขาไม่มากก็น้อย

หลังจากกิจกรรมวาบหวามจบลงร่างสูงก็พาตัวเองไปชำระตัวในห้องน้ำโดยปล่อยให้หญิงสาวนอนหมดแรงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ไม่มีการจูบและไม่มีการกอดหลังจากถอนกายออกมา มันอยู่ในข้อตกลงก่อนหน้าที่เขาและเธอจะเริ่มกิจกรรมกัน เพราะต่างคนต่างต้องการ แค่ทำให้มันเสร็จๆไปทุกอย่างก็จบ จะไม่มีการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น


“เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณที่บ้าน” ร่างสูงพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ เขาเดินเลี่ยงออกไปในห้องนอนเพื่อเดินตรงไปดื่มน้ำที่ห้องรับรองหลังจากเสียเหงื่อไปมากพอสมควร

“เจ้านายครับ เราจับเด็กคนนั้นได้แล้วครับ” บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำเอ่ยเมื่อเห็นเจ้านายกำลังดื่มน้ำในท่าทีผ่อนคลายบนโซฟาตัวกว้าง

“ไปเอาตัวมา” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบก่อนจะจรดแก้วใสที่มีน้ำเย็นๆลงบนริมฝีปาก

“ครับ”


สายตาคมจ้องมองไปยังประตูทางเข้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยหลังจากบอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินออกไปได้ไม่นาน เด็กคนนั้นที่บอดี้การ์ดพูดก็อยากรู้เหมือนกันว่าหน้าตาจะเป็นยังไง

ไม่นานนักประตูทางเข้าก็เปิดออกปรากฏร่างบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำ 2-3 คนกับเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนมัธยมปลายของเอกชน ดูท่าแล้วก็พอจะดูเหมือนคนมีตังค์ไม่น้อย แต่มันก็แน่อยู่แล้วในเมื่อคนที่เขาให้ลูกน้องไปจับตัวมาคือลูกชายคนเล็กของรัฐมนตรี

“นี่! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” ร่างโปร่งโวยวายเสียงดังลั่นเมื่อถูกลากตัวเข้ามาในห้อง พยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อให้ตัวเองพ้นพันธนาการจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ แต่เมื่อโดนลากมาถึงจุดหมายร่างโปร่งทั้งร่างก็โดนเหวี่ยงจนล้มหน้าโซฟาที่มีคนนั่งอยู่ก่อน

“หุบปากแล้วทำตัวน่ารักๆกับฉันดีกว่าเด็กน้อย” ใบหน้าขาวช้อนตามองต้นเสียง ใบหน้าไม่สบอารมณ์จ้องเขม็งอย่างเอาเรื่องตามภาษาคนเอาแต่ใจโดยไม่เกรงกลัว

“แกจับฉันมาทำไม!?

“นายไม่ต้องรู้เหตุผลหรอก แค่ทำตัวน่ารักๆระหว่างอยู่กับฉันก็พอ”

“แกคิดผิดแล้วที่จับตัวฉันมา อีกไม่นานแกต้องโดนลูกน้องพ่อฉันฆ่าแน่!!

“น่ากลัวจัง” ร่างสูงทำท่าทางกลัวเยาะเย้ยอีกคน หึ...เด็กคนนี้เอาแต่ใจไม่เบา “เอาตัวไปไว้ที่บ้านฉัน เสร็จธุระแล้วฉันจะกลับไป” หันไปสั่งกับลูกน้องก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ครับ” บอดี้การ์ดก้มหัวรับคำสั่งก่อนจะจับร่างโปร่งให้ลุกขึ้นยืนแล้วลากตัวออกไป

“เดี๋ยวๆ นี่พวกแกจะพาฉันไปไหน? ปล่อยนะ!!

“ไปเตรียมรถให้ฉัน อีกสิบนาทีฉันจะลงไป”




.
.
.




            แสงสียามค่ำคืนมากมายให้ความรู้สึกอยากปลดปล่อยตัวเองไปกับมันแต่ไม่ใช่กับคนที่กำลังหลับตาซึมซับความรู้สึกบางอย่างอยู่บนรถคันหรู ศีรษะถูกแนบไปกับกระจกหมดคราบมาเฟียหนุ่มรูปหล่อ น้อยคนนักที่จะเห็นภาพแบบนี้ ถึงภายนอกอาจจะดูแข็งแกร่งแต่จะมีใครรู้ว่าข้างในนั้นเป็นเช่นไร


            ภาพในอดีตที่ย้อนกลับมามันช่างพาให้เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง...


            “ถึงที่หมายแล้วครับ” คนขับรถเอ่ยบอกเมื่อพารถจอดเทียบผับหรูแห่งหนึ่งที่คุ้นเคยดี

            “อืม” ครางเสียงในลำคอตอบก่อนจะพาร่างอิดโรยของตัวเองลงจากรถ


            เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเก่าๆ

            อยู่ๆก็รู้สึกอยากตายขึ้นมากะทันหัน....


            “คุณทงเฮรออยู่ด้านในครับ”

           
            ร่างสูงเดินตามบริกรของผับไปเรื่อยๆจนไปถึงห้องวีไอพีห้องหนึ่งบนชั้นบนของตัวผับ ห้องค่อนข้างลับและไม่มีแขกคนอื่นมาเดินให้วุ่นวายเพราะมีบอดี้การ์ดหลายคนยืนเฝ้าอยู่เต็มไปหมดเพื่อความเป็นส่วนตัว

            “เป็นอะไรไปวะ? เด็กที่ฉันส่งไปทำไม่ถึงใจเหรอ?” เป็นเสียงแรกที่เอ่ยทักหลังจากเดินเข้ามาในห้อง ซีวอนทำหน้าไม่สบอารมณ์พร้อมส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟา “เห้ย! นั่นเด็ดที่สุดแล้วนะเว้ย!” ทงเฮโวยลั่น ในขณะที่มือหนาก็ส่งแก้วเหล้าที่อยู่ในมือให้อีกคน

            “กูจับเด็กนั่นมาได้แล้ว”

            “ใครวะ?”

            “ลูกชายคนเล็กของโจยองโฮ”

         “นี่มึงเอาจริงเหรอวะ!?” ทงเฮทำตาโตเมื่อเพื่อนสนิทพูดชื่อใครคนหนึ่งออกมา โจยองโฮคือรัฐมนตรีเชียวนะ เพื่อนเขามันไม่กล้าไปหน่อยเหรอ?

            “กูก็แค่อยากเอาคืนที่มันทำกับกูไว้” พูดเสียงเรียบปราศจากความโกรธเกรี้ยวใดๆ

            “แล้วมึงจะทำไงวะ? จะฆ่าเด็กนั่นเหรอ?”

            “เปล่าหรอก กูอยากฆ่าพ่อมันมากกว่า”

            “มึงคิดดีแล้วเหรอซีวอน...” ตบบ่าเพื่อนเบาๆเป็นการปลอบใจ ทงเฮรู้เรื่องทุกอย่างดีเพราะเป็นเขาเองที่ฉุดอีกคนขึ้นมาจากนรกนั่น

            “กูก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนิ ยองโฮมันพังชีวิตกูไปหมดแล้ว”




.
.
.




            ซีวอนกลับเข้าบ้านในช่วงเวลาเกือบตีสอง ถึงแม้จะดื่มไปเยอะแต่ร่างสูงก็ยังคงควบคุมสติตัวเองได้ดี ขายาวก้าวเดินเข้ามาในตัวบ้านที่เงียบสงบเหมือนทุกครั้ง ที่นี่ไม่มีใครนอกจากเขา แม่บ้านและบอดี้การ์ดอีกสิบกว่าคน แต่สำหรับบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มันกลับให้ความรู้สึกเหงาที่ไม่สามารถอธิบายได้

            “เด็กนั่นอยู่ไหน?” หันไปถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีใครอีกคนอยู่ในบ้านหลังนี้

            “อยู่ที่ห้องรับแขกชั้นบนครับ”

            จบคำพูดบอดี้การ์ดคนสนิทร่างสูงก็พาตัวเองเดินไปยังห้องที่ว่านั่นทันที มือหนาบิดลูกบิดประตูเพราะเกรงว่าใครอีกคนหลังบานประตูนั่นจะตื่น ไม่ได้เกรงใจหรอกนะเพราะเด็กนั่นไม่มีอะไรให้ต้องเกรง เขาก็แค่ไม่อยากให้เด็กนั่นตื่นมาโวยวายก็เท่านั่น

            ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายเอกชนนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียงกว้างเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด หมดพิษสงเด็กขี้โวยวายเอาแต่ใจ

            “หึ...พ่อนายคงดูแลประคบประหงมอย่างดีเลยสินะ” พูดเสียงเรียบและเบา ถึงประโยคนี้จะพูดกับคนที่นอนอยู่แต่ซีวอนก็ไม่ได้หวังให้คนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมาได้ยินหรอกนะ

           
            ซีวอนรู้ดีว่าที่ทำอยู่นี่มันเสี่ยงแค่ไหน ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาเป็นเขาเองที่ต้องตาย แต่คนอย่างเขามันไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่สิ


เพราะถ้าคนอย่างชเวซีวอนต้องตาย...





เด็กคนนี้ก็ต้องตายไปพร้อมกับเขา!


No comments:

Post a Comment