About Me

Sunday, March 30, 2014

24.7 - WONKYU

24.7
ชีวิตผม.. เหลือเวลาอีกแค่ 7 วัน..





            “จะให้ผมทำยังไงก็บอกมา!” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาเปล่งเสียงตะหวาดดังลั่น แต่คนที่โดนตะหวาดกลับนิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไร มือเรียวสองทั้งข้างสองข้างที่ถูกคนตัวใหญ่กว่าจับไว้กำแน่นและพยายามสะบัดออกสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผล เขารู้สึกสะอิดสะเอียน อยากออกไปให้พ้นจากที่นี่เต็มทน

            “ใจเย็นสิเด็กน้อย..” มือที่ว่างอยู่ของชายร่างสูงอีกคนค่อยๆไล่ไปตามโครงหน้าสีขาวซีด เหลือบไปเห็นรอยแดงช้ำบริเวณหน้าก็ยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ร่างโปร่งพยายามหันหน้าหนีแต่ก็ถูกจับให้หันกลับมา ดวงตาแข็งกร้าวมองนิ่งด้วยความเครียดแค้น รู้สึกโกรธตัวเองที่เป็นคนอ่อนแอให้อีกฝ่ายกระทำอยู่ตลอด ทั้งๆที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย

            “ฉันเกลียดแก!

“หึ..” พอได้ยินคำพูดแสลงหูร่างสูงก็หัวเหราะในลำคอ นิสัยยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน อวดดี จองหองที่สุด แต่แบบนี้แหละที่เขาชอบนัก “ชีวิตนายเป็นของฉันจำไม่ได้เหรอ?”

“แล้วแกจะเอาอะไรกับฉันอีก ขอตกลงของเรามันจบไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ใครบอกเธอเหรอว่าข้อตกลงของเรามันจบไปแล้ว”

“หมายความว่าไง!?”

“มันยังไม่ทันเริ่มต้นเลยด้วยซ้ำเด็กน้อย..”





twenty four.seven



          นายขออะไรฉันจำไม่ได้เหรอ?


            ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาเดินกุมขมับเมื่อนึกถึงคำพูดใครบางคนระหว่างเดินมาตามทางฟุตปาธเพื่อที่จะไปยังป้ายรถเมล์ ผู้คนในตอนหัวค่ำไม่ค่อยพลุกพล่านนัก บรรยากาศแบบนี้แหละที่เขาชอบ

            คยูฮยอนชอบที่ที่มีคนน้อยๆ

            เขาชอบที่จะกลับบ้านดึกเพราะไม่มีใครคอยแย่งพื้นที่บนรถเมล์ ไม่ต้องเดินชนใครเวลาเดินอยู่บนฟุตปาธ ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ก็มักจะโดนใครอีกคนดุกลับเสมอเวลากลับบ้านดึกๆ


            ทำไมต้องกลับบ้านดึกๆด้วย มันอันตรายรู้มั้ย


            พอนึกถึงใครอีกคนที่ต้องกลับไปเจอคยูฮยอนก็ยิ้มกว้าง หลายคนอาจจะรู้สึกแย่เวลาโดนดุแต่เขากลับไม่ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ พอลองนึกย้อนไปตอนที่ไม่มีใครดุเวลากลับบ้านดึกใจมันก็รู้สึกหวิวขึ้นมา ตอนที่ไม่มีใครอีกอยู่มันอ้างว้างเหมือนอยู่บนโลกคนเดียวทั้งที่มีผู้คนเต็มไปหมด

            คยูฮยอนเคยเกือบเสียคนๆนั้นไป..


            ป้ายรถเมล์ในวันนี้เงียบสนิท ไม่มีคนหรือสิ่งมีชีวิตอยู่เลย แขนขวายกขึ้นมาดูนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือ เวลาตอนนี้เกือบสี่ทุ่มแล้ว เพราะวันนี้เขาต้องอยู่ช่วยงานรุ่นพี่ที่คณะจนดึกตัวเองเลยได้กลับบ้านดึกขนาดนี้

            “ป่านนี้คงไม่มีรถเมล์แล้วมั้ง” พูดพึมพำคนเดียวแล้วหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู


คุณได้รับของความจาก
ชเว ซีวอน
เรารออยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าปากซอย รีบมาล่ะ


หลังจากที่ได้รับข้อความคยูฮยอนก็รีบโบกแท็กซี่และรีบเร่งคนขับให้ไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด เหตุผลเดียวคือเขาไม่อยากให้ชเวซีวอนรอนาน พอรถแท็กซี่หยุดเมื่อถึงที่หมายเขาก็เห็นร่างสูงของใครคนนึงนั่งรออย่างใจจดจ่อ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนซีวอนก็ยังคงยอมรอผม

“รอนานมั้ย” เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีกคนแล้วเอ่ยถาม ซีวอนป้องปากหาวแล้วพยักหน้าเบาๆ เขาไม่แม้แต่จะบ่นด้วยซ้ำถึงแม้ว่าจะง่วงแค่ไหนก็ตาม “ขอโทษนะ วันนี้เราต้องอยู่ช่วยงานรุ่นพี่ที่คณะจนดึก”

“ไม่เป็นไรหรอก เรารอได้” ยิ้มให้น้อยๆแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ป่ะ กลับบ้านกันเถอะ” แขนเรียวคล้องกับแขนอีกคนไว้แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น รอบข้างในยามดึกบัดนี้มีเพียงแต่เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากทั้งสองคน เวลาที่ซีวอนมีความสุขที่สุดคงเป็นเวลาที่ได้อยู่กับคยูฮยอนสองต่อสอง

            “หายเจ็บแขนรึยัง ไหนดูซิ” พลันสายตาหันไปมองแขนอีกข้างที่ถูกผ้าพันแผลพันธนาการเอาไว้ ซีวอนสายหัวเบาๆเป็นคำตอบพร้อมกับยกขึ้นเพื่อยืนยัน

            “ได้ยาดีทุกวันเลยหายเร็วน่ะ”

            “หายดีแล้วแสดงว่าไม่ต้องให้ยาแล้วสินะ”

            “โอ้ย อยู่ๆก็เจ็บแผลขึ้นมาซะงั้น” ร้องโอดคราญเหมือนแผลเพิ่งเกิดขึ้น ร่างโป่งสะดุ้งกับเสียงเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้เลยตีแขนไปหนึ่งที

            “หัดไปเอานิสัยกะหล่อนมาจากไหนกัน”

            “ตอนนี้เราเจ็บแขนแล้ว เพราะฉะนั้นคยูฮยอนต้องให้ยาเรา” ไม่พูดเปล่า ใบหน้าคมยังยื่นเข้าหาจนอีกคนต้องถดหน้าหนีและพยายามใช้มือดันแผงอกอีกคนออก ถึงจะเป็นการปฏิเสธแต่คยูฮยอนก็ไม่ได้ออกแรงดันมากนักเพราะกลัวว่าจะทำให้อีกคนเจ็บหน้าอก

            “งั้นก็เจ็บแขนต่อไปเถอะ”

           “ใจคอจะให้ชเวซีวอนคนนี้เจ็บแผลอย่างทรมานเหรอ ใจร้ายจัง” ร่างโป่งทำท่าไม่สนใจก่อนจะเดินนำไปจนถึงหน้าประตูบ้านที่คุ้นเคย ซีวอนหยุดยืนมองตามแผ่นหลังเหมือนคนอาลัยตายอยากจนกระทั่งอีกคนหันมามอง

            “อยากได้ยาก็ตามมาสิ” ได้ยินปุ๊บซีวอนก็ตาลุกวาวรีบวิ่งตามไปทันที

            “มาแล้วครับ”

           
            วิ่งมาถึงตัวอีกคนได้ไม่นานยังไม่ทันได้หายใจริมฝีปากหนาก็โดนริมฝีปากของใครอีกทาบทับซะก่อน แค่เพียงริมฝีปากแตะกันมันก็ทำให้อีกคนรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ และยังไม่ทันที่ร่างสูงจะได้เก็บเกี่ยวอะไรคยูฮยอนก็ผละออกเสียก่อน

“หายเจ็บแผลแล้วรึยัง?”

“ยังเลย ถ้าได้ยาอีกนิดก็คงจะดี..”

“วันละครั้งพอ”  ตีเข้าที่แขนอีกข้างที่ไม่มีบาดแผล ซีวอนทำหน้าเสียดายเล็กน้อย

“อ่า.. เราอยากป่วยแบบนี้ไปนานๆจัง” มือหนาคว้ามืออีกคนขึ้นจูบเบาๆอย่างอ่อนโยน  ซีวอนก็เป็นแบบนี้เสมอ อ่อนโยนจนคยูฮยอนใจอ่อนทุกครั้งที่ถูกสัมผัส

“ห้ามพูดแบบนั้นอีกนะ”

“ทำไมล่ะ ป่วยแบบนี้ก็ดีออก เราชอบนะที่มีคยูฮยอนคอยดูแล”

“เราไม่ชอบให้ซีวอนป่วย แล้วถ้าซีวอนไม่หายเราก็จะไม่ดูแลซีวอนแล้ว”

“ทำไมล่ะ? นายเบื่อฉันแล้วเหรอ?”

“ไม่ได้เบื่อสักหน่อย...วันนั้นฉันเกือบเสียซีวอนไป ฉันจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นอีกแน่” พูดเสร็จก็โผเข้ากอดร่างสูงแน่น ขอบตาร้อนผ่าวคล้ายจะมีน้ำตาออกมาแต่อีกคนกลับกลั้นเอาไว้ เขาไม่อยากอ่อนแอให้คนรักเห็น





เขาก็แค่ไม่อยากตอบคำถาม...ที่ตอบไม่ได้....

No comments:

Post a Comment