About Me

Wednesday, June 18, 2014

MEMORY HUNTER (HAEEUN FT.WONKYU)


MEMORY HUNTER






         ปีค.ศ. 2078 โลกมนุษย์มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงอย่างล้ำหน้าถึงขั้นที่มีรถไฟฟ้าความเร็วเทียบเท่าแสง ทั่วเมืองเต็มไปด้วยตึกสูงทันสมัยและเทคโนโลยีต่าง ๆ มันต่างออกไปจากยุคก่อนปราศจากเค้าโครงเดิม มีหุ่นยนต์แม่บ้านคอยรับใช้แทนแรงงานคนที่ส่งผลให้ประชาชนชั้นล่างตกงาน และสิ่งที่ทุกยุคทุกสมัยต้องมีคือการแบ่งชนชั้นฐานะ

ฐานะรวยก็อยู่ส่วนเมืองคนรวย เมืองที่เรียกว่า ‘Paradise 604’ ส่วนฐานะจนก็อยู่ส่วนเมืองคนจน เมืองที่เรียกว่า ‘Slum 406’ สถานที่ ๆ หลายคนเรียกมันว่านรก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงตึกร้างให้พวกคนจนซุกหัวนอนเท่านั้น และที่ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้นคือทรัพยากรที่ค่อย ๆ ล่อยหลอลงไปทุกวัน ยิ่งโลกเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่การแบ่งชนชั้นก็ยิ่งชัดเจนและโหดร้ายมากขึ้น สิ่งเดียวที่พวกสลัมทำได้เพื่อให้มีฐานะเทียบเท่ากับคนรวยและเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปคือการล่าความทรงจำ สิ่งที่มีค่าเสียยิ่งกว่าเงิน...

ปลายศตวรรษที่ 21 ความทรงจำคือสิ่งมีค่าที่ทางองค์กรโลกต้องการและเป็นสิ่งที่มีค่าตอบแทนมากมายมหาศาล และอาชีพที่เรียกว่า ‘Memory Hunter’ คือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงพวกสลัมไปตลอดกาล....






Tuesday, April 1, 2014

ABYSM - WONKYU (Chapter 2)






           “ปล่อย! ฉันเดินเองได้!!” เสียงเอะอะโวยวายทำให้สายตาคมละออกจากหนังสือพิมพ์ก่อนจะหันไปมองต้นเสียง ร่างโปร่งขาวในชุดลำลองที่เขาให้ลูกน้องไปซื้อมาเมื่อเช้าดูเข้ากันดีกับคนใส่ไม่น้อย ซีวอนยิ้มพอใจก่อนจะหันมาอ่านหนังสือพิมพ์ที่ถืออยู่อีกครั้ง

            “นั่งลง” เสียงลูกน้องคนหนึ่งที่ลากร่างขาวมาสั่งเรียบ


             ร่างโปร่งจ้องอาหารบนโต๊ะสลับกับใครอีกคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ จะจับตัวมาทั้งทีทำไมถึงให้เขากินดีอยู่ดีขนาดนี้

            “หน้าฉันมีอะไรให้มองหรือไง?” ร่างสูงพูดในขณะที่ตาก็ยังไม่ละออกจากตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์

“..........” คนตัวขาวที่โดนทักก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าสบตา

“ฉันจะทำดีกับนายคยูฮยอน เพราะฉะนั้นนายต้องเชื่อฟังฉัน” ประโยคที่อีกคนพูดมาทำให้ใบหน้าขาวช้อนตาขึ้นมอง

“ทำไม?”

            “เพราะเป้าหมายฉันไม่ใช่นาย แต่เป็นพ่อนายต่างหาก”

            “หมายความว่าไง!?

“ฉันก็แค่จับนายมาเพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันง่ายขึ้นแค่นั้นเอง”



.
.
.



            “เกมมันกำลังจะยากขึ้นเพราะฉะนั้นพวกนายต้องระวังตัวไว้ให้ดี” เอ่ยสั่งลูกน้อง 2-3 คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือหนากระแทกแฟ้มเอกสารลงกับโต๊ะไม้สักอย่างหัวเสียหลังจากได้ยินข่าวทางโทรทัศน์เมื่อสักครู่นี้


            พวกนั้นรู้แล้วว่าลูกชายสุดที่รักหายตัวไป แถมยังรู้อีกว่าเขาเป็นคนจับตัวไป

            เกมเริ่มแล้วสินะ...

           
“ทำทุกอย่างให้ปกติที่สุดและส่งของให้ได้เหมือนเดิม”

“เด็กนั่นจะส่งผลเสียต่อเราโดยตรงนะครับ” หนึ่งในลูกน้องพูดขึ้น เขาเกรงว่าหายนะที่กำลังจะตามมามันจะยิ่งใหญ่กว่าการได้แก้แค้นของเจ้านายตัวเอง

“ฉันจะไม่หยุดแค่นี้...นายทำตามที่ฉันบอกก็พอ” พูดจบก็หันไปสนใจตารางในแฟ้มงานต่อโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก คำพูดของชเวซีวอนถือเป็นข้อสิ้นสุด


การทำงานที่บ้านไม่ได้ทำให้ผ่อนคลายสักนิด เรื่องเครียดที่เข้ามาทุกวันทำให้ร่างสูงปวดหัวจนแทบระเบิด การเป็นใหญ่ในตลาดมืดมันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ที่ซีวอนยืนมาได้จนถึงจุดนี้เพราะความพยายาม ความลำบากที่ได้รับมาในอดีตกลับเป็นแรงผลักดันให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร


ถึงมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแต่เขาก็ต้องทำอย่างไม่มีทางเลือก


เขารู้ดีว่าการจับตัวคยูฮยอนมามันเป็นเรื่องท้าทาย แต่ซีวอนคิดดีแล้วว่าสิ่งที่จะตามมาจะเป็นยังไง เขาจะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่



.
.
.



          ‘ฉันว่าเราต้องซื้อบ้านแล้วล่ะเสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งเธอและแฟนหนุ่มกำลังนั่งดูรายการตกแต่งบ้านในช่วงบ่ายวันหนึ่ง

          ‘หื้ม? ทำไมล่ะ? คุณอึดอัดที่ต้องอยู่คอนโดเหรอ?ร่างสูงที่นอนหนุนตักอยู่เด้งตัวขึ้นด้วยความไม่สบายใจ นึกโทษตัวเองที่ทำให้แฟนสาวไม่พอใจหรือเปล่า เขาก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายที่สามารถทำตามใจเธอทุกอย่าง แอบกังวลใจอยู่หลายครั้งว่าเธอจะทนกับคนอย่างเขาที่ไม่มีอะไรเลยได้นานแค่ไหน

            เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากมีพื้นที่เยอะๆให้เด็กวิ่งเล่นน่ะคำพูดของแฟนสาวพาชายหนุ่มให้เบาไปเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม

          ‘เดี๋ยว...คุณหมายความว่าไงนะ!? นี่คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่มั้ย?ร่างสูงโผงออกมาอย่างตกใจปนดีใจจนหญิงสาวยิ้มออกมา เธอส่ายหัวเป็นคำตอบแค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มจากอีกคนได้แล้ว ร่างสูงกำยำคว้าร่างเพรียวบางของหญิงสาวมากอดแน่นพร้อมกับจูบเธอ

          เรากำลังจะมีลูกด้วยกันนะซีวอน...

           
           
            Rrrr Rrrr!!


            ขณะที่ร่างสูงกำลังนึกถึงเรื่องราวเก่าๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ใบหน้าหล่อหุบยิ้มกับการจินตนาการภาพแห่งความสุขก่อนมือหนาจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมาดูสายที่โทรเข้ามา


          [ KK ]


“ฮัลโล” กดรับทันทีเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามาพร้อมกรอกเสียงไปยังปลายสาย

[เงินถูกโอนเข้าเรียบร้อยแล้วนะครับ]

“ขอบใจมาก”



หลังจากวางโทรศัพท์คนที่นั่งทำงานมาเกือบทั้งวันแล้วหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงพร้อมก้าวออกจากห้องทำงานของตัวเอง เดินไปถามความเป็นอยู่ของเชลยที่จับมาอย่างทุกครั้งกับบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู


“เห็นบ่นๆว่าเหมือนจะไม่ค่อยสบายแถมยังสั่งอีกว่าไม่ให้ใครเข้าไปกวนครับ”

“เหอะ...นี่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านหรือไง” มือหนาทำท่าจะคว้าลูกบิดประตูเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักเหมือนได้ยินเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ไปดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น” สั่งลูกน้อง 2 คนที่ยืนอยู่หน้าประตูให้วิ่งลงไปดูส่วนตัวเองก็เปิดเข้าไปดูข้างในห้อง


ว่างเปล่า...


 ในใจรู้สึกแปลกๆขึ้นมาจึงรีบวิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำก็ไม่เห็นวี่แววอีกคน ครั้นจะวิ่งไปดูที่ระเบียงที่พบกับเศษผ้าที่มัดกับเป็นปมห้อยยาวลงไปจนถึงชั้นล่าง มองเลยออกไปก็เห็นร่างของใครอีกคนพยายามปีนรั้วหนี


“จองฮุน!! รีบจับเด็กนั่นเอาไว้อย่าให้หนีไปได้!!” ตะโกนสั่งลูกน้องคนสนิทจากระเบียงห้องชั้นสองเสียงดังลั่น ลูกน้องเมื่อได้ยินเสียงสั่งจากเจ้านายก็รีบวิ่งไปคว้าตัวเชลยที่พยายามหนีเอาไว้ สู้แรงกันอยู่นานจนซีวอนวิ่งไปถึงทั้งสองคนก็หยุดนิ่ง

“ฮึ่ย!” ร่างขาวพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหัวเสีย เกือบจะรอดอยู่แล้วเชียว

“คิดว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรห๊ะ!?” ซีวอนตะคอกใส่เจ้าของใบหน้าหวานที่ทำท่าไม่สนใจเลยว่าถูกจับได้ขณะกำลังหนี

“ก็หนีไง” พูดอย่างไม่ยีระ คยูฮยอนไม่จำเป็นต้องกลัวคนตรงหน้าเลยสักนิด

            “อยู่สบายๆไม่ชอบใช่มั้ย? ได้!” ด้วยอารมณ์โกรธร่างสูงกึ่งกระชากกึ่งลากให้อีกคนเดินตาม

            “นี่จะทำอะไรอ่ะ? ปล่อยนะ!! อ๊ะ!!” ร่างโปร่งถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างในห้องที่ไม่คุ้นตา ด้วยสัญชาตญาณทำให้คยูฮยอนถอยหนีจนร่างติดหัวเตียง

            “นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับฉันแล้ว ต่อไปนี้นายจะได้อยู่กับฉันในฐานะเชลยอย่างเต็มตัวในห้องของฉัน” ซีวอนประกาศก้าวพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้อีกคนนั่งอยู่ในห้องเงียบๆคนเดียว


            “หาอะไรมาล่ามไว้ด้วยล่ะ อย่าให้หนีไปได้อีก”



            

Monday, March 31, 2014

ABYSM - WONKYU (Chapter 1)

ABYSM





กิจกรรมรักอันร้อนแรงยังคงดำเนินต่อไปทามกลางอากาศที่หนาวเย็นจากภายนอก หญิงสาวหุ่นเพรียวบางครางกระเส่าเมื่อคนด้านบนเอาแต่กระแทกจุดกระสันซ้ำๆ ใบหน้าคมยิ้มพอใจเมื่อได้ยินเสียงหวานๆที่เอาแต่ร้องเรียกชื่อเขาไม่หยุดตั้งแต่กิจกรรมเริ่ม ดูท่าแล้ว...ผู้หญิงคนนี้อาจจะประทับใจเขาไม่มากก็น้อย

หลังจากกิจกรรมวาบหวามจบลงร่างสูงก็พาตัวเองไปชำระตัวในห้องน้ำโดยปล่อยให้หญิงสาวนอนหมดแรงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ไม่มีการจูบและไม่มีการกอดหลังจากถอนกายออกมา มันอยู่ในข้อตกลงก่อนหน้าที่เขาและเธอจะเริ่มกิจกรรมกัน เพราะต่างคนต่างต้องการ แค่ทำให้มันเสร็จๆไปทุกอย่างก็จบ จะไม่มีการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น


“เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณที่บ้าน” ร่างสูงพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ เขาเดินเลี่ยงออกไปในห้องนอนเพื่อเดินตรงไปดื่มน้ำที่ห้องรับรองหลังจากเสียเหงื่อไปมากพอสมควร

“เจ้านายครับ เราจับเด็กคนนั้นได้แล้วครับ” บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำเอ่ยเมื่อเห็นเจ้านายกำลังดื่มน้ำในท่าทีผ่อนคลายบนโซฟาตัวกว้าง

“ไปเอาตัวมา” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบก่อนจะจรดแก้วใสที่มีน้ำเย็นๆลงบนริมฝีปาก

“ครับ”


สายตาคมจ้องมองไปยังประตูทางเข้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยหลังจากบอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินออกไปได้ไม่นาน เด็กคนนั้นที่บอดี้การ์ดพูดก็อยากรู้เหมือนกันว่าหน้าตาจะเป็นยังไง

ไม่นานนักประตูทางเข้าก็เปิดออกปรากฏร่างบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำ 2-3 คนกับเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนมัธยมปลายของเอกชน ดูท่าแล้วก็พอจะดูเหมือนคนมีตังค์ไม่น้อย แต่มันก็แน่อยู่แล้วในเมื่อคนที่เขาให้ลูกน้องไปจับตัวมาคือลูกชายคนเล็กของรัฐมนตรี

“นี่! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” ร่างโปร่งโวยวายเสียงดังลั่นเมื่อถูกลากตัวเข้ามาในห้อง พยายามดิ้นสุดชีวิตเพื่อให้ตัวเองพ้นพันธนาการจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำ แต่เมื่อโดนลากมาถึงจุดหมายร่างโปร่งทั้งร่างก็โดนเหวี่ยงจนล้มหน้าโซฟาที่มีคนนั่งอยู่ก่อน

“หุบปากแล้วทำตัวน่ารักๆกับฉันดีกว่าเด็กน้อย” ใบหน้าขาวช้อนตามองต้นเสียง ใบหน้าไม่สบอารมณ์จ้องเขม็งอย่างเอาเรื่องตามภาษาคนเอาแต่ใจโดยไม่เกรงกลัว

“แกจับฉันมาทำไม!?

“นายไม่ต้องรู้เหตุผลหรอก แค่ทำตัวน่ารักๆระหว่างอยู่กับฉันก็พอ”

“แกคิดผิดแล้วที่จับตัวฉันมา อีกไม่นานแกต้องโดนลูกน้องพ่อฉันฆ่าแน่!!

“น่ากลัวจัง” ร่างสูงทำท่าทางกลัวเยาะเย้ยอีกคน หึ...เด็กคนนี้เอาแต่ใจไม่เบา “เอาตัวไปไว้ที่บ้านฉัน เสร็จธุระแล้วฉันจะกลับไป” หันไปสั่งกับลูกน้องก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ครับ” บอดี้การ์ดก้มหัวรับคำสั่งก่อนจะจับร่างโปร่งให้ลุกขึ้นยืนแล้วลากตัวออกไป

“เดี๋ยวๆ นี่พวกแกจะพาฉันไปไหน? ปล่อยนะ!!

“ไปเตรียมรถให้ฉัน อีกสิบนาทีฉันจะลงไป”




.
.
.




            แสงสียามค่ำคืนมากมายให้ความรู้สึกอยากปลดปล่อยตัวเองไปกับมันแต่ไม่ใช่กับคนที่กำลังหลับตาซึมซับความรู้สึกบางอย่างอยู่บนรถคันหรู ศีรษะถูกแนบไปกับกระจกหมดคราบมาเฟียหนุ่มรูปหล่อ น้อยคนนักที่จะเห็นภาพแบบนี้ ถึงภายนอกอาจจะดูแข็งแกร่งแต่จะมีใครรู้ว่าข้างในนั้นเป็นเช่นไร


            ภาพในอดีตที่ย้อนกลับมามันช่างพาให้เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง...


            “ถึงที่หมายแล้วครับ” คนขับรถเอ่ยบอกเมื่อพารถจอดเทียบผับหรูแห่งหนึ่งที่คุ้นเคยดี

            “อืม” ครางเสียงในลำคอตอบก่อนจะพาร่างอิดโรยของตัวเองลงจากรถ


            เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องเก่าๆ

            อยู่ๆก็รู้สึกอยากตายขึ้นมากะทันหัน....


            “คุณทงเฮรออยู่ด้านในครับ”

           
            ร่างสูงเดินตามบริกรของผับไปเรื่อยๆจนไปถึงห้องวีไอพีห้องหนึ่งบนชั้นบนของตัวผับ ห้องค่อนข้างลับและไม่มีแขกคนอื่นมาเดินให้วุ่นวายเพราะมีบอดี้การ์ดหลายคนยืนเฝ้าอยู่เต็มไปหมดเพื่อความเป็นส่วนตัว

            “เป็นอะไรไปวะ? เด็กที่ฉันส่งไปทำไม่ถึงใจเหรอ?” เป็นเสียงแรกที่เอ่ยทักหลังจากเดินเข้ามาในห้อง ซีวอนทำหน้าไม่สบอารมณ์พร้อมส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟา “เห้ย! นั่นเด็ดที่สุดแล้วนะเว้ย!” ทงเฮโวยลั่น ในขณะที่มือหนาก็ส่งแก้วเหล้าที่อยู่ในมือให้อีกคน

            “กูจับเด็กนั่นมาได้แล้ว”

            “ใครวะ?”

            “ลูกชายคนเล็กของโจยองโฮ”

         “นี่มึงเอาจริงเหรอวะ!?” ทงเฮทำตาโตเมื่อเพื่อนสนิทพูดชื่อใครคนหนึ่งออกมา โจยองโฮคือรัฐมนตรีเชียวนะ เพื่อนเขามันไม่กล้าไปหน่อยเหรอ?

            “กูก็แค่อยากเอาคืนที่มันทำกับกูไว้” พูดเสียงเรียบปราศจากความโกรธเกรี้ยวใดๆ

            “แล้วมึงจะทำไงวะ? จะฆ่าเด็กนั่นเหรอ?”

            “เปล่าหรอก กูอยากฆ่าพ่อมันมากกว่า”

            “มึงคิดดีแล้วเหรอซีวอน...” ตบบ่าเพื่อนเบาๆเป็นการปลอบใจ ทงเฮรู้เรื่องทุกอย่างดีเพราะเป็นเขาเองที่ฉุดอีกคนขึ้นมาจากนรกนั่น

            “กูก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนิ ยองโฮมันพังชีวิตกูไปหมดแล้ว”




.
.
.




            ซีวอนกลับเข้าบ้านในช่วงเวลาเกือบตีสอง ถึงแม้จะดื่มไปเยอะแต่ร่างสูงก็ยังคงควบคุมสติตัวเองได้ดี ขายาวก้าวเดินเข้ามาในตัวบ้านที่เงียบสงบเหมือนทุกครั้ง ที่นี่ไม่มีใครนอกจากเขา แม่บ้านและบอดี้การ์ดอีกสิบกว่าคน แต่สำหรับบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มันกลับให้ความรู้สึกเหงาที่ไม่สามารถอธิบายได้

            “เด็กนั่นอยู่ไหน?” หันไปถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีใครอีกคนอยู่ในบ้านหลังนี้

            “อยู่ที่ห้องรับแขกชั้นบนครับ”

            จบคำพูดบอดี้การ์ดคนสนิทร่างสูงก็พาตัวเองเดินไปยังห้องที่ว่านั่นทันที มือหนาบิดลูกบิดประตูเพราะเกรงว่าใครอีกคนหลังบานประตูนั่นจะตื่น ไม่ได้เกรงใจหรอกนะเพราะเด็กนั่นไม่มีอะไรให้ต้องเกรง เขาก็แค่ไม่อยากให้เด็กนั่นตื่นมาโวยวายก็เท่านั่น

            ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายเอกชนนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียงกว้างเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด หมดพิษสงเด็กขี้โวยวายเอาแต่ใจ

            “หึ...พ่อนายคงดูแลประคบประหงมอย่างดีเลยสินะ” พูดเสียงเรียบและเบา ถึงประโยคนี้จะพูดกับคนที่นอนอยู่แต่ซีวอนก็ไม่ได้หวังให้คนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมาได้ยินหรอกนะ

           
            ซีวอนรู้ดีว่าที่ทำอยู่นี่มันเสี่ยงแค่ไหน ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาเป็นเขาเองที่ต้องตาย แต่คนอย่างเขามันไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่สิ


เพราะถ้าคนอย่างชเวซีวอนต้องตาย...





เด็กคนนี้ก็ต้องตายไปพร้อมกับเขา!