About Me

Tuesday, April 1, 2014

ABYSM - WONKYU (Chapter 2)






           “ปล่อย! ฉันเดินเองได้!!” เสียงเอะอะโวยวายทำให้สายตาคมละออกจากหนังสือพิมพ์ก่อนจะหันไปมองต้นเสียง ร่างโปร่งขาวในชุดลำลองที่เขาให้ลูกน้องไปซื้อมาเมื่อเช้าดูเข้ากันดีกับคนใส่ไม่น้อย ซีวอนยิ้มพอใจก่อนจะหันมาอ่านหนังสือพิมพ์ที่ถืออยู่อีกครั้ง

            “นั่งลง” เสียงลูกน้องคนหนึ่งที่ลากร่างขาวมาสั่งเรียบ


             ร่างโปร่งจ้องอาหารบนโต๊ะสลับกับใครอีกคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ จะจับตัวมาทั้งทีทำไมถึงให้เขากินดีอยู่ดีขนาดนี้

            “หน้าฉันมีอะไรให้มองหรือไง?” ร่างสูงพูดในขณะที่ตาก็ยังไม่ละออกจากตัวหนังสือบนหนังสือพิมพ์

“..........” คนตัวขาวที่โดนทักก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าสบตา

“ฉันจะทำดีกับนายคยูฮยอน เพราะฉะนั้นนายต้องเชื่อฟังฉัน” ประโยคที่อีกคนพูดมาทำให้ใบหน้าขาวช้อนตาขึ้นมอง

“ทำไม?”

            “เพราะเป้าหมายฉันไม่ใช่นาย แต่เป็นพ่อนายต่างหาก”

            “หมายความว่าไง!?

“ฉันก็แค่จับนายมาเพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันง่ายขึ้นแค่นั้นเอง”



.
.
.



            “เกมมันกำลังจะยากขึ้นเพราะฉะนั้นพวกนายต้องระวังตัวไว้ให้ดี” เอ่ยสั่งลูกน้อง 2-3 คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือหนากระแทกแฟ้มเอกสารลงกับโต๊ะไม้สักอย่างหัวเสียหลังจากได้ยินข่าวทางโทรทัศน์เมื่อสักครู่นี้


            พวกนั้นรู้แล้วว่าลูกชายสุดที่รักหายตัวไป แถมยังรู้อีกว่าเขาเป็นคนจับตัวไป

            เกมเริ่มแล้วสินะ...

           
“ทำทุกอย่างให้ปกติที่สุดและส่งของให้ได้เหมือนเดิม”

“เด็กนั่นจะส่งผลเสียต่อเราโดยตรงนะครับ” หนึ่งในลูกน้องพูดขึ้น เขาเกรงว่าหายนะที่กำลังจะตามมามันจะยิ่งใหญ่กว่าการได้แก้แค้นของเจ้านายตัวเอง

“ฉันจะไม่หยุดแค่นี้...นายทำตามที่ฉันบอกก็พอ” พูดจบก็หันไปสนใจตารางในแฟ้มงานต่อโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก คำพูดของชเวซีวอนถือเป็นข้อสิ้นสุด


การทำงานที่บ้านไม่ได้ทำให้ผ่อนคลายสักนิด เรื่องเครียดที่เข้ามาทุกวันทำให้ร่างสูงปวดหัวจนแทบระเบิด การเป็นใหญ่ในตลาดมืดมันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ที่ซีวอนยืนมาได้จนถึงจุดนี้เพราะความพยายาม ความลำบากที่ได้รับมาในอดีตกลับเป็นแรงผลักดันให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร


ถึงมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแต่เขาก็ต้องทำอย่างไม่มีทางเลือก


เขารู้ดีว่าการจับตัวคยูฮยอนมามันเป็นเรื่องท้าทาย แต่ซีวอนคิดดีแล้วว่าสิ่งที่จะตามมาจะเป็นยังไง เขาจะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่



.
.
.



          ‘ฉันว่าเราต้องซื้อบ้านแล้วล่ะเสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งเธอและแฟนหนุ่มกำลังนั่งดูรายการตกแต่งบ้านในช่วงบ่ายวันหนึ่ง

          ‘หื้ม? ทำไมล่ะ? คุณอึดอัดที่ต้องอยู่คอนโดเหรอ?ร่างสูงที่นอนหนุนตักอยู่เด้งตัวขึ้นด้วยความไม่สบายใจ นึกโทษตัวเองที่ทำให้แฟนสาวไม่พอใจหรือเปล่า เขาก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายที่สามารถทำตามใจเธอทุกอย่าง แอบกังวลใจอยู่หลายครั้งว่าเธอจะทนกับคนอย่างเขาที่ไม่มีอะไรเลยได้นานแค่ไหน

            เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากมีพื้นที่เยอะๆให้เด็กวิ่งเล่นน่ะคำพูดของแฟนสาวพาชายหนุ่มให้เบาไปเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม

          ‘เดี๋ยว...คุณหมายความว่าไงนะ!? นี่คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่มั้ย?ร่างสูงโผงออกมาอย่างตกใจปนดีใจจนหญิงสาวยิ้มออกมา เธอส่ายหัวเป็นคำตอบแค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มจากอีกคนได้แล้ว ร่างสูงกำยำคว้าร่างเพรียวบางของหญิงสาวมากอดแน่นพร้อมกับจูบเธอ

          เรากำลังจะมีลูกด้วยกันนะซีวอน...

           
           
            Rrrr Rrrr!!


            ขณะที่ร่างสูงกำลังนึกถึงเรื่องราวเก่าๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ใบหน้าหล่อหุบยิ้มกับการจินตนาการภาพแห่งความสุขก่อนมือหนาจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมาดูสายที่โทรเข้ามา


          [ KK ]


“ฮัลโล” กดรับทันทีเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามาพร้อมกรอกเสียงไปยังปลายสาย

[เงินถูกโอนเข้าเรียบร้อยแล้วนะครับ]

“ขอบใจมาก”



หลังจากวางโทรศัพท์คนที่นั่งทำงานมาเกือบทั้งวันแล้วหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงพร้อมก้าวออกจากห้องทำงานของตัวเอง เดินไปถามความเป็นอยู่ของเชลยที่จับมาอย่างทุกครั้งกับบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู


“เห็นบ่นๆว่าเหมือนจะไม่ค่อยสบายแถมยังสั่งอีกว่าไม่ให้ใครเข้าไปกวนครับ”

“เหอะ...นี่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านหรือไง” มือหนาทำท่าจะคว้าลูกบิดประตูเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักเหมือนได้ยินเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ไปดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น” สั่งลูกน้อง 2 คนที่ยืนอยู่หน้าประตูให้วิ่งลงไปดูส่วนตัวเองก็เปิดเข้าไปดูข้างในห้อง


ว่างเปล่า...


 ในใจรู้สึกแปลกๆขึ้นมาจึงรีบวิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำก็ไม่เห็นวี่แววอีกคน ครั้นจะวิ่งไปดูที่ระเบียงที่พบกับเศษผ้าที่มัดกับเป็นปมห้อยยาวลงไปจนถึงชั้นล่าง มองเลยออกไปก็เห็นร่างของใครอีกคนพยายามปีนรั้วหนี


“จองฮุน!! รีบจับเด็กนั่นเอาไว้อย่าให้หนีไปได้!!” ตะโกนสั่งลูกน้องคนสนิทจากระเบียงห้องชั้นสองเสียงดังลั่น ลูกน้องเมื่อได้ยินเสียงสั่งจากเจ้านายก็รีบวิ่งไปคว้าตัวเชลยที่พยายามหนีเอาไว้ สู้แรงกันอยู่นานจนซีวอนวิ่งไปถึงทั้งสองคนก็หยุดนิ่ง

“ฮึ่ย!” ร่างขาวพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหัวเสีย เกือบจะรอดอยู่แล้วเชียว

“คิดว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรห๊ะ!?” ซีวอนตะคอกใส่เจ้าของใบหน้าหวานที่ทำท่าไม่สนใจเลยว่าถูกจับได้ขณะกำลังหนี

“ก็หนีไง” พูดอย่างไม่ยีระ คยูฮยอนไม่จำเป็นต้องกลัวคนตรงหน้าเลยสักนิด

            “อยู่สบายๆไม่ชอบใช่มั้ย? ได้!” ด้วยอารมณ์โกรธร่างสูงกึ่งกระชากกึ่งลากให้อีกคนเดินตาม

            “นี่จะทำอะไรอ่ะ? ปล่อยนะ!! อ๊ะ!!” ร่างโปร่งถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างในห้องที่ไม่คุ้นตา ด้วยสัญชาตญาณทำให้คยูฮยอนถอยหนีจนร่างติดหัวเตียง

            “นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองกับฉันแล้ว ต่อไปนี้นายจะได้อยู่กับฉันในฐานะเชลยอย่างเต็มตัวในห้องของฉัน” ซีวอนประกาศก้าวพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้อีกคนนั่งอยู่ในห้องเงียบๆคนเดียว


            “หาอะไรมาล่ามไว้ด้วยล่ะ อย่าให้หนีไปได้อีก”



            

No comments:

Post a Comment